ปัจจุบันตุ๊กตา ไบลธ์ Blythe เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในสังคมไทย มีคนทุกเพศทุกวันที่สนใจและชื่นชอบไบลธ์ คนเหล่านี้ทุ่มเททั้งเงิน และเวลาเพื่อที่จะดูแลตุ๊กตาพวกนี้ ไม่ว่าจะต้องซื้อชุดให้ใส่ที่มีราคาหลักพันขึ้น แต่งหน้า ทำผม เปลี่ยนสีตา แล้วพวกเขายังมีการจัดงานสังสรรค์หรือชมรมให้คนที่เล่นไบลธ์ ได้มาพบปะสังสรรค์กัน เพื่อถ่ายรูปกับน้องไบลธ์ตัวอื่นๆ แล้วให้น้องไบลธ์ได้เจอกัน มีการสร้างกระแสโดยให้ดาราเป็นคนเล่นไบลธ์ เพื่อให้ประชาชนผู้รับสื่อจะได้เห็นความน่ารักจากไบลธ์ และดาราที่มีชื่อเสียงแล้วพูดให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่นชมพู่ อารยา ดาราสาวสวยคนหนึ่งของไทยได้เปิดบ้านให้เข้าเยี่ยมชมน้องไบลธ์ที่เธอได้สะสมไว้ เธอรักตุ๊กตาไบลธ์มาก และบอกว่าตุ๊กตาไบลธ์หน้าตาเหมือนกับเธอ ถ้ามองดูแล้วก็รู้เลยว่าดารามีเงินเพราะไบลธ์ราคาแพงมากหลักพันขึ้นไปจึงจะสามารถซื้อได้ แต่ก็มีคนบางกลุ่มแม้จะมีเงินน้อยหรือยังไม่มีเงินเดือนก็อาจจะขอให้พ่อแม่ซื้อให้ หรือเก็บเงินค่าขนมไปซื้อเอง
วัยรุ่นไทยบางคนนำเงินจากค่าขนมที่อดออม อดข้าว อดน้ำเพื่อที่จะไปซื้อตุ๊กตาไบลธ์ แต่การลงทุนไม่ได้จบเพียงแค่ซื้อตุ๊กตา แต่ต้องซื้อชุดให้ใส่ซึ่งชุดก็มีการเปลี่ยนใหม่อยู่ตลอดเวลาเวลาตามกระแสและตามฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง ถ้าฤดูหนาวตุ๊กตาไบลธ์ก็จะต้องใส่เสื้อกันหนาว บางคนอาจจะต้องให้ตุ๊กตาไบลธ์ แต่งตัวเหมือนกับเจ้าของ ปัจจุบันก็ได้มีร้านค้าที่ขายและตัดชุดตุ๊กตาไบลธ์โดยเฉพาะซึ่งคนขายได้กำไลจากการขายตุ๊กตาเป็นจำนวนมาก แต่ตุ๊กตาไบลธ์ส่วนใหญ่จะเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศจึงมีราคาที่สูงมากเพราะมีการซื้อลิขสิทธิ์จึงจะสามารถขายได้ ถ้าพูดกันถึงเรื่องความพอใจใช่คนเหล่านี้มีความพอใจที่จะซื้อของเหล่านี้ พวกเขาอาจจะมีความสุขที่ได้ซื้อ แต่ความสุขที่แท้จริงล่ะอาจมองที่ตุ๊กตา สิ่งที่ได้มาคือตุ๊กตา ไบลธ์ที่มีราคาแพง พวกเขาอาจจะบอกได้ว่าฉันมีเงินแล้วฉันอยากจะซื้ออะไรก็ได้เท่าที่ฉันอยากมี หรืออาจจะมองอีกแง่หนึ่งว่า ใช่ฉันไม่มีเงินหรอกที่จะซื้อตุ๊กตาพวกนี้แต่รอไปก่อนเดี๋ยวฉันจะเก็บเงินเพื่อมาซื้อตุ๊กตาไบลธ์พวกนี้ให้ได้ ส่วนถ้าเรานำเรื่องความพอดีและความพอเพียงมาคิดเราจะรู้ว่าถ้าเรารู้จักความพอดี พอดีในที่นี้ไม่ใช่ว่าพอดีแค่ซื้อของแล้วมาตีเป็นมูลค่า แต่เรามองลงไปถึงข้างในของนั้นว่ามีคุณค่าเพียงใด ความพอดีนั้นจะวัดได้จากความมีเหตุมีผลไม่ใช่พอใจชอบใจแล้วซื้อ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น